เครือข่ายเกษตรธรรมชาติภาคเหนือ ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยี่ยมชมเวปไซต์ของเราคะ ...


การเลี้ยงสัตว์

การเลี้ยงสัตว์ปีกโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ

          ข้อดีของการเลี้ยงด้วยวิธีทางเกษตรธรรมชาติ คือไม่ก่อให้เกิดกลิ่น สัตว์ไม่บินหนี ไม่ต้องทำความสะอาดคอก และจัดการมูลสัตว์ในคอกมีต้นทุนในการเลี้ยงต่ำสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีระยะเวลาในการให้ผลลิตยาวนานอัตราการออกไข่ดีขึ้น ไม่มีการใช้สารเคมี หรือยาในฟาร์ม และใช้แรงงานในการ ดูแลน้อยลงเล้าไก่ที่เลี้ยงด้วยวิธีทางเกษตรธรรมชาติหลังคาและฝาผนังควรมีช่องที่แสงแดดสามารถส่องผ่านเข้าไปในเล้าได้และแสงแดดส่องถึงพื้น 1/3 ของพื้นที่คอกตลอดทั้งวันจะทำให้มีการ ฆ่าเชื้อในฟาร์มโดยแสงอาทิตย์ทุกวันพื้นที่เล้า ไก่ต้องสัมผัสกับดิน ใช้ฟางข้าวตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 3 ซม.ใส่บนพื้นที่ให้หนาประมาณ 7 ซม. (หนา 3 ซม. สำหรับไก่เนื้อ) และควรมีการพ่นน้ำเล้าไก่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม จุลินทรีย์ บนพื้นเล้าจะทำหน้าในการย่อยสลายมูลไก่ทำให้เล้าไก่ไม่มี่กลิ่นและไก่จะได้อาหารเพิ่มจากมูลไก่ที่ผ่านกระบวนการหมักโดย จุลินทรีย์ในฟาร์มไก่จะมีท่อหรือรางน้ำโดยไก่ 1 ตัวจะดื่มน้ำจาก 1 ช่องพอดีตัวทำให้ไม่เกิดการแก่งแย่ง และมีคอนสำหรับให้ไก่เกาะซึ่งมีลักษณะโค้งและตรงส่วนกลางควรสูงกว่าด้านข้างเล็กน้อยเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ไก่ชนกันเมื่อนอนพักผ่อนที่ใส่อาหารควรวางห่างที่เกาะของไก่และรางน้ำซึ่งจะช่วยทำให้ไก่ได้มีการเคลื่อนที่ได้สะดวกและสามารถไปดื่มน้ำได้ง่ายและควรมีกล่องสำหรับกกลูกไก่และพักไข่ด้วยอาหารไก่ในระบบเกษตรธรรมชาติจะเน้นการให้อาหารไก่ที่ผลิตขึ้นเองโดยพยายามจะลดการให้อาหารไก่สำเร็จรูปจากท้องตลาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะใช้จากวัตถุดิบทั่วๆไป ที่มีอยู่รอบๆฟาร์ม เช่น ข้าวกล้องและใบไม้ หญ้าสด เป็นต้น

การเลี้ยงสุกรโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ
          การเลี้ยงสุกรด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติก็เหมือนกับการเลี้ยงสัตว์ปีกด้วยวิธีทางเกษตรธรรมชาติซึ่งเป็นการจัดการคอกสุกรที่เป็นแบบอย่างที่ดีโดยจะไม่ก่อให้เกิดกลิ่นและน้ำเสียสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกคอกสุกรในระยะแรกเกษตรธรรมชาติจะ มีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนเล้าไก่ ในคอกสุกร 1 คอก จะมีสุกรอยู่ร่วมกัน25 ตัว รางน้ำและรางอาหารจะแยกกันคนละด้าน เพื่อส่งเสริมให้สุกรได้ออกกำลังกายพื้นคอกจะทำโดยการขุดลึกประมาณ 1 เมตร เติมขี้เลื่อยผสมเปลือกไม้และดินอีก 10% เติมเกลือทะเล 0.3%
ใช้น้ำหมักพืชสีเขียว, แบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติค,จุลินทรีย์ท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อช่วยในการหมักมูลสุกรบนพื้นคอกของมันเองทำให้ไม่ต้องทำความสะอาดและล้างมูลสุกรออกไปไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีการใช้ยา และไม่ก่อให้เกิดเสียงรบกวน

ข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ >>>


เครือข่ายเกษตรธรรมชาติภาคเหนือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
สำนักงาน : 63 หมู่ 4 อาคารภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม (ห้อง 107) คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 50290
โทรศัพท์ : 053-873490-3 ต่อ 117 และ 107 โทรสาร : 053-873490 ต่อ 200 และ 100

E-mail : Maejo_Earthworm@yahoo.com