การปลูกพืช
ข้าว
การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ให้คลุมแปลงทั้งหมดด้วยฟางข้าวและเตรียมปัจจัยการผลิตเพื่อฉีดพ่นบนฟางข้าวที่ใช้คลุมดินจะพบว่าในฤดูปลูกต่อไปดินจะนุ่มร่วน และอากาศถ่ายเทได้ดีเหมือนกับการไถด้วยเครื่องจักร ซึ่งที่จริงแล้วดินจะมีสภาพที่ดีกว่าการไถพรวนด้วยเครื่องจักรมากเนื่องจากมีกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้น มากมายในดิน ทำการบำรุงเมล็ดด้วยส่วนผสมของน้ำหมักจากพืชสีเขียว น้ำหมักจากข้าวกล้องและน้ำหมักพืชสมุนไพร การหว่านเมล็ดไถดินลึกลงไป 2- 3 ซม. ก่อนการ หว่าน เมล็ดข้าว 20 วัน หลังจากนั้นอีก7-10 วัน วัชพืชจะเริ่มงอก ให้ทำการไถพรวนอีกครั้งที่ความลึกเดิมจะทำให้วัชพืชที่เริ่มงอกตาย จากนั้นอีก 7-10 วันทำการไถครั้งที่3 ด้วยระดับความลึกเท่าเดิมแล้วจึงทำการหว่านเมล็ดพืชทันทีการจัดการการเจริญเติบโตควรควบคุมปุ๋ยรองพื้นและปริมาณน้ำที่ใช้คือใช้ปุ๋ยรองพื้นเพราะข้าวสามารถเจริญเติบโตด้วยตัวมันเองโดยใช้สารอาหารที่มีสารละลายอยู่ในเมล็ดจนกระทั่งพัฒนาจนมีใบ 3 ใบ และหลังจากรากตั้งตัวได้แล้วให้ทำการระบายน้ำออกจากนาจนเหลือน้ำตื้น มากในระยะที่ข้าวมีใบ 6ใบให้ระบายน้ำออก จากนาทั้งหมดและหลังจากข้าวออกรวงจะให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเพิ่มเป็นพิเศษ เพื่อช่วยให้มีอาหารสะสมในเมล็ดอย่าง สมบูรณ์ หลังจากที่ข้าวเริ่มออกรวงให้ฉีดพ่นสารละลายน้ำหมักแคลเซียมกับน้ำทะเลพ่นใบเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณการสะสมอาหารของเมล็ดทำให้เมล็ดมีความสมบูรณ์ และยังช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุอาหารจากใบไปสะสมไว้ในเมล็ด
สวนผลไม้
ควรมีการปล่อยให้วัชพืชขึ้นปกคลุมพื้นที่เกษตรธรรมชาติแนะนำเกษตรกรให้ปลูกข้าวไรย์หรือถั่วคลุมดินไต้ต้นไม้ผลเนื่องจากแมลงศัตรูพืชจะอาศัยบนวัชพืชมากกว่าจะขึ้นมา อยู่บนต้นไม้ที่ปลูกและยังจะช่วย รักษาความชุ่มชื้น และให้ความร่มเงาแก่ดิน เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์และสัตว์ขนาดเล็ก ทั้งยังช่วยให้อากาศแทรกซึมผ่านสู่ชั้นดินลึกๆ ได้ง่ายนอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและยังช่วยตรึงธาตุอาหารเพิ่มให้แก่ดินการย้ายปลูกและการรองพื้นก้นหลุมการย้ายต้นกล้า
ไม่ควรขุดหลุม ใหญ่และใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมควรขุดหลุมเป็นทรงพีระมิดไม่ต้องลึกมากต้นกล้าที่จะย้ายปลูกควรให้มีดินเดิมติดมาด้วยและควรแช่ต้นกล้าในสารละลายที่ใช้บำรุงเมล็ดและ บำรุงต้นกล้า ก่อนย้ายปลูกไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกรองพื้นก้นหลุม แต่ควรหว่านปุ๋ยไว้บนผิวหน้าดิน
ข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ >>> |